“I am Legend”

“I am Legend”

หรือในชื่อภาษาไทยที่ตรงตัว(ห้อยท้ายมาทำติ่งไรหว่า) “ข้าคือตำนาน(พิฆาตมหากาฬ)

กล่าวถึงเรื่องราวของโรเบิร์ตเนวิลล์” ผู้(ที่เรื่องราวหนังเขาว่า)เป็นมนุษย์คนท้ายที่สุด

ในมหานครนิวยอร์คในเวลาข้างหลังสิ้นโลกอีกทั้งใบไปให้กับเชื้อมรณะที่เคยเป็นความหวังของมนุษยชาติ

เชื้อมรณะที่ว่านี้เป็นเชื้อที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อกระทำการรักษาโรคโรคมะเร็ง

ที่เป็นแล้วถูกตาให้หายสนิทแม้กระนั้นเมื่อได้ทดลองประยุกต์ใช้สำหรับในการทดสอบ

กับมนุษย์แล้วผลที่เกิดออกมาเปลี่ยนไปเป็นศูนย์แถมยังรุนแรงกว่านั้นที่เชื้อไวรัส

มีการกระจายเชื้อส่งไปยังผู้คนอีกครั้งข้างลุกลามไปบ่อยทั่วโลกจนกระทั่ง

ไม่อาจจะยับยั้งได้ทันไม่อย่างนั้นการจัดการปัญหาที่มูลเหตุก็เลยเป็นสิ่งที่ทำ

เป็นเยี่ยมที่สุดแล้วก็สาเหตุในที่นี้ก็คือเมืองนิวยอร์คที่เป็นจุดเริ่มของการทดสอบมรณะ

แม้กระนั้นแล้วมันก็สายเกินแก้เมื่อการปิดเกาะแมนฮัตตันไม่ช่วยอะไร

ผลในอีกปีถัดมาก็เลยเหลือแค่เศษซากของอาคารบ้านช่องใหญ่มโหฬาร

ที่ถูกทิ้งอย่างเหงาหงอยแปลงเป็นสนามเด็กเล่นอันกว้างปาแม้กระนั้น

รกร้างของพันโทโรเบิร์ตยอดนายทหาร ผู้เป็นมนุษย์คนท้ายที่สุดที่นิวยอร์คคนนี้

ถึงอย่างไรก็แล้วแต่โรเบิร์ตก็ไม่ยินยอมปลดปล่อยให้สนามเด็กเล่นที่นี้จำต้องรกร้างไปชั่วกับชั่วกัลป์

 เขาใช้ความสามารถอันกล้าหาญในด้านวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่บากบั่นต่อสู้

กับเชื้อร้ายนี้ด้วยการสร้างเซรุ่มที่จะใช้เปลี่ยนสภาพผู้ที่กลายพันธุ์(เรียกว่า“ดาร์กซีกเกอร์”)

ให้กลับมาเป็นผู้ที่เรียกว่ามนุษย์ได้อาทิเช่นเดิม

ถ้าแม้กระนั้นก็เกิดเรื่องที่ทุกข์ยากในการจะหาดาร์กซีกเกอร์ สักตัวมาบวงสรวงยาของเขา

เนื่องจากการใช้ชีวิตอย่างหนีหายในกลางวันออกหากินในยามค่ำคืนของมันจำเป็น

ต้องสวนกับโรเบิร์ตที่ตอนกลางวันมานะออกตามล่าแม้กระนั้นพอเพียงตกยามค่ำคืน

ก็ถึงเวลาแอบอยู่ในบ้านที่แสงไม่มีวันได้เล็ดลอดกับหมาคู่ใจหนึ่งตัว

ที่รอเป็นเพื่อนแก้หงอยเหงาให้ชีวิตที่ไม่มีผู้ใด(เป็นคน)ของโรเบิร์ต

ความนึกคิดแต่แรกเริ่มเข้าใจที่ทำให้ผมต้องการมองI am Legend เยอะที่สุดก็คือ

หนังจะอุตสาหะหาทางจบฉากท้ายที่สุดได้เช่นไรเพื่อทางออกของเรื่องราวดูดีที่สุด

เพราะเหตุว่าเท่าที่คิดมองมันก็จะต้องมีอยู่สองทางระหว่างHappy กับSaddy

ซึ่งถ้าหากหนังเลือกทางแรกก็จำเป็นต้องมองว่ามันจะชุ่ยหรือไม่

ในขณะอีกทางก็เห็นว่ามันจะก่อให้รันทดได้ซะแค่ไหนเลยเชียว

หากหนังจำต้องเลือกสักทางก็ใคร่รู้ว่ามันจะคิดหาตอนสุดท้ายให้โรเบิร์ตเนวิลล์

แปลงเป็นตำนานสมชื่อหนังได้หรือเปล่า อันนี้หมายถึงความจำเป็นที่สุดที่ผมต้องการจะได้ทราบ

“I am Legend” ผลงานการควบคุมเรื่องต่อมาของฟรานซิสลอว์เรนซ์” จาก“Constantine”

หนังล่าภูติผีของคีอานู รีฟส์ ที่ราวกับจะบันเทิงใจแม้กระนั้นก็ไม่เคยรู้สึก

ว่าจะมันในอารมณ์ประการใดๆ(แถมยังแถกสีข้างหาวาระสุดท้ายได้เห่ซะ)

การดูแลในครั้งลำดับที่สองของลอว์เรนซ์ มีวิวัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าเรื่องก่อน

ถ้าหากจะดูในด้านของการใช้ภาพเล่าเอาการแสดงของศิลปินเป็นที่ตั้ง

ของความสนุกสนานร่าเริงลอว์เรนซ์ก็สามารถควบคุมในหน้าที่ของเขาเจริญ

แล้วกับรายละเอียดปลีกย่อยทางอารมณ์ความรู้สึกในหลายฉากก็ถูกติดต่อ

สื่อสารออกมาได้อย่างถ่องแท้ดังเช่นว่าในฉากครอบครัวสิงโต

ก็นำภาพสะท้อนกลับไปยังตัวโรเบิร์ตที่เคยแต่งงานแม้กระนั้น

จำเป็นต้องสูญเสียไปให้กับหน้าที่การงานที่สำคัญกว่าผู้ที่เขารัก

ไม่ใช่แค่การผลิตความลึกแล้วก็ซึ้งต่อเรื่องราวเพียงแค่นั้น

การถ่ายทำใช้มุมกล้องถ่ายภาพรวมทั้งตัดต่อก็เสริมให้ตัวหนังมีฉากตื่นเต้น

ที่สร้างแรงกดดันรู้สึกอันตรายไม่น่าไว้วางใจระรานทำให้ผู้ชมจำต้องลุ้นตื่นเต้น

ไปกับความประพฤติจนกระทั่งการกระทำของโรเบิร์ตที่มีตรงหน้าอันฉาบ

ไปด้วยความแข็งแกร่งแบบทหารแต่ว่าเนื้อในก็เต็มไปด้วย

ความหวั่นไหวขยาดกลัวดังเช่นมนุษย์ทั่วๆไป