รีวิว MIB(Men in Black) : International

รีวิว MIB(Men in Black) : International

การกลับมาของบรุษชุดสีดำ ในแบบอย่างGenใหม่ หนังแฟรนไชส์แอ็คชั่นไซไฟภาคต่อ..ครึ่งหนึ่งรีบูท

เดิมต้นฉบับเป็นคอมมิคตอนต้นสมัย90 ของค่ายMarvel (อันนี้แอดก็พึ่งทราบที่เขียนโดย Lowell Cunningham

ตราบจนกระทั่ง ผู้กำกับ Barry Sonnenfeld ถือจับมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในปี 1997 ครบตรีภาคในปี 2012

(ในบรรดาสามภาคแอดรังเกียจภาครู้สึกแนวคิดย้อนเวลามันให้หนังกำเนิดรูแหว่งหมด แต่ว่าแอดซื้อเหตุผลที่หนังกล่าวว่าเพราะเหตุใดAgent K ถึงรับ Jเข้ามาอยู่หน่วย MIB ในภาคอันนี้ซาบซึ้งใจดี)

MIB เวอร์ชั่นนี้ ถูกปัดฝุ่นใหม่โดยผู้กำกับ เอฟมึงรี เกรย์ โดยได้สองดาราจาก

MCU Thor Raknarok ธอร์ (คริส เฮมส์เวิร์ธ) รวมทั้งวาคีปรี่ (เทซ่า ทอมสันป์) เป็นคู่ซี้จารชนชุดสีดำ

เรื่องย่อมอลลี่(เทซ่า ทอมป์สัน)พยามพาตนเองไปสู่หน่วยงานลับชุดสีดำ

ที่คุณอยากมาชั่วชีวิต แล้วกฏเกณฑ์ตนเองเข้าหน่วยในชื่อ M

ตรงนั้นคุณได้ร่วมงานกับคู่ซี้สุดมีชื่อเสียงของถิ่นอย่าง Agent H (คริส เฮมส์เวิร์ธ)

แล้วพวกเขาพบเห็นภารกิจภัยร้ายใหม่จากต่างดาว ที่จำเป็นต้องแพ็คกลุ่มคู่สู้ยิบตา

ออกสตาร์ทเลยว่าการที่แอดเลือกที่จะไปดูภาคนี้ ก็เพราะว่าแอดเป็นแฟนตัวยง

หนังชุด Men in Black สามภาค แล้วก็หวังว่ามันจะสร้างความเพลิดเพลิน

รวมทั้งสีสันในต้นแบบที่ทอมมี่ ลีโจนส์ แล้วก็วิลล์ สมิธเคยทำไว้

แน่ๆความ #รู้สึกข้างหลังมอง หนังเดินเรื่องตอนต้นได้โคตรไว

กระชับ เข้าใจง่ายไม่ขาดตก ตกลงว่ามองเข้าใจ มันโคตรจะมองง่าย

แต่ว่าไร้ซึ่งเสน่ห์แบบในระหว่างที่วิลสมิธแล้วก็คุณลุงทอมมี่เคยทำเอาไว้ภายใน

ภาคก่อนมองจืดชืดไปบ้าง แต่ว่าก็โอเคร ไม่ถึงกับขนาดห่วย

หนังยังคงมีกลิ่นเดิมนิดๆแม้กระนั้นก็มีรู้สึกต่างออกไปจากสามภาคก่อนหน้า

แน่ๆว่าMIBภาคนี้มันเป็นแบบใหม่ หรือGenใหม่

หากตัวหนังทำเงิน แอดเห็นว่าสร้างตรีภาคของฉบับนี้จบได้สบาย

ดนตรีหนังยังคงสไตล์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง รอคอยไป

ราวกับเป็นเพลงประจำชาติของหนังเชื้อสายนี้ไปแล้ว

ตัวหนังเสมือนกล่าวถึงเรื่อง Feministเข้ามาแต่ว่าแล้วหลังจากนั้นก็

ปลดปล่อยมันทิ้งไปดื้อรั้นไม่มีไรเกิดขึ้น เสมือนหนัง

จะมีการจบหลักสำคัญก็แค่ดารานำชายคริส หมูแฮมสวอธบอกช่วงท้าย แต่ว่าถึงจะอย่างไร

ตัวหนังเดินเรื่องด้วย Agent M (เทซ่า ทอมป์สันสำคัญๆอยู่

แล้วนั้นก็นับว่าเป็น สไตล์หนังFeminist ที่หนังในช่วงเวลานี้เค้านิยมกัน

สไตล์การเล่าหนังยังคงดังเดิม แอ็คชั่นคอมเมดี้ครึ่งหนึ่งสืบสวน

แบบมอง Men in Black 2 หรือ แบบมีความลับต้นคลี่คลายด้านหลัง

ราวนั้น ไม่มีไรแปลกใหม่ แอ็คชั่นไม่หวือหวา ผู้ที่หวังมากมายก็อาจFeildเอา

นะ เสนอแนะให้ปลดปล่อยหัว ปลดปล่อยสมอง คิดตามหน่อยไป

หนังยามใส่ผู้แสดงเอเลี่ยนใหม่ๆผิดตาเข้ามา แม้กระนั้นมองไม่ค่อยสะดุดตา

แบบภาคก่อนที่เด่นก็แค่เอเลี่ยนตัวเบี้ย ในหมากบอร์ดมั่ง

มันเป็นตัวสร้างสีสันแล้วก็จอมลักขโมยซีน

คล้ายแฟรงค์สุนัขปั๊กแต่ว่ารู้สึกจ้าวนั้นโอเครกว่า