ภาพยนตร์เปลี่ยนแปลงชีวิต ที่ดูแล้วไม่ดราม่าแม้กระนั้นสร้างกำลังใจในชีวิต

แน่ๆว่าการเลือกดูภาพยนตร์

นั้นก็ตามทีความชื่นชอบของแต่ละบุคคล แต่ หนังแนวดราม่าหรือหนังชีวิตที่ชอบมีตอนจบที่งดงาม

หรือหม่นหมองสลด กลายเป็นหนึ่งในแนวหนังที่ไม่ว่าเวลาผ่านไปมากแค่ไหนก็ยังอยู่ในใจคนอีกหลายๆคน

 ด้วยความสะดุดตาในบทและก็การแสดงของนักแสดงที่จำต้องเข้าถึงทุกผู้แสดง และก็ปัจจัยที่ผู้ชมหลงรัก

หนังแนวนี้

จำนวนมากมักพูดตรงกันว่าเมื่อมองจบชอบได้แง่คิดหรือมุมมองที่ดีจากหนังไปไม่น้อย ในวันนี้

พวกเราก็เลยได้สะสม 10 ภาพยนตร์แนวดราม่าที่เมื่อมองจบแล้ว ไม่ใช่แค่ความซาบซึ้งแม้กระนั้นคุณจะ

ด้รับแง่คิดที่สร้างแรงจูงใจสำหรับเพื่อการดำเนินชีวิตได้มากทีเดียว

1. Seabiscuit

ภาพยนตร์ที่เล่าราวของม้าแข่งที่เกิดมาตัวเล็กมีตำหนิซึ่งในสมัยนั้นไม่มีผู้ใดต้องการจะรับไป

เลี้ยง แต่ว่าและจากนั้นก็มีผู้ชายรูปร่างผอมบาง เล็ก ซึ่งตั้งอกตั้งใจรับเจ้าม้าตัวนี้ไปฝึกฝนแล้วก็เลี้ยงมันด้วย

ความมุ่งมั่นตั้งใจให้มันแปลงเป็นม้าแข่ง จากชายผู้ถูกสบประมาทเป็น Loser แล้วก็ม้าแข่งที่ไม่มีผู้ใดเอ

 ทั้งคู่ได้ทำความเข้าใจความแพ้พ่ายด้วยกันแล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงวิกฤตนั้นให้เปลี่ยนมาเป็นช่องทางของชัยได้ท้ายที่สุด

2. Cinderella Man

หนังบอกเล่าเรื่องราวของนักมวยในตำนาน ที่ขึ้นสังเวียนจำนวนกี่ครั้งก็ชนะดูเหมือนจะ

ทุกครั้ง กระทั่งไปสู่ตอนตอนปลายชีวิตนักมวยที่มิได้ได้โอกาสขึ้นชกบ่อยมากเช่นเคย บวกกับพิษภาวะเศรษฐ

กิจตกต่ำที่

ทำให้ชีวิตผกผันจะต้องรับจ้างปฏิบัติงานทุกประเภท ตั้งแต่คนงานหามไปจนกระทั่งลูกจ้างก่อสร้าง

เพื่อจะได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว แล้วจะกำเนิดอะไรขึ้นเมื่อวันหนึ่งความหายนะกลับผลักให้เขาลุกขึ้นยืนมาสู้อีก

ทีด้วยวิถีนักมวย เขาจะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกรอบในฐานะนักมวยได้เช่นไร เกิดเรื่องราวสร้างแรงดลใจที่น่าติดตามทีเดียว

3. The Pursuit of Happiness

เรื่องราวของเซลล์แมนที่ไม่ประสบผลสำเร็จกับงานขายสักเท่าไรนัก จนกระทั่ง

เขาจำเป็นต้องตกอยู่ในภาวะคนไม่มีบ้านในคราบเปื้อนเซลล์แมน ลำพังเพียงแค่ตนเองเล็กน้อย แต่ว่าเขายังจำ

เป็นต้องชุบเลี้ยงลูกน้อยอีกหนึ่งชีวิต แล้วก็เขาได้แปลงความลำบากตรากตรำนี้ให้แปลงเป็นแรงฮึดสู้และก็พาก

เพียรที่จะบรรลุเป้าหมายให้ได้ จนถึงวันนั้นก็มาถึงสุดท้าย

4. The King’s Speech

หนังดีอีกประเด็นที่ว่าด้วยการเอาชนะตนเองของพระผู้เป็นเจ้าจอร์จที่ ซึ่งมีโรคประจำตัว

เป็นอาการพูดติดอ่าง แต่ว่าแล้วเมื่อถึงวันหนึ่งที่พระผู้เป็นเจ้าจอร์จที่ จำต้องคำปาฐกถาครั้งสำคัญที่สุดเพื่อปลุก

ระดมคนตลอดทั้งชาติให้มีหวังและก็พลังสำหรับในการมีชีวิตอยู่ในตอนการทำศึก ทำให้ท่านจะต้องฝึกหัดทุกทาง

เพื่อเอาชนะอาการติดอ่างเมื่อจำต้องกล่าวเฉพาะหน้ามหาชนให้ได้

5. 50/50

คือเรื่องของหนุ่มน้อยที่เอาใจใส่ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและก็ร่างกายตลอดมา แต่ว่าแล้ววันหนึ่งก็จำ

เป็นต้องพบว่าตนเองเป็นโรคโรคมะเร็งไขสันหลังและก็ได้โอกาสรอดเพียง 50/50 เพียงแค่นั้น แต่ว่าแทนที่เขาจะ

สิ้นหวังกับ

ชีวิตรวมทั้งดำรงชีวิตแบบคนหมดหวังรอคอยความตาย เขากลับยืนขึ้นมาดำเนินชีวิตแบบคนธรรมดา

 ไปงานเลี้ยง สนุกกับสหายดำรงชีวิตแบบไม่มีความจำกัด รวมทั้งการใช้ชีวิตแบบเต็มที่นี่เองที่สร้างปาฏิหาริย์ทำ

ให้เขามีชีวิตยืนยาวถัดไปได้

6. The Blind Side

ผลิตขึ้นมาจากเรื่องของผู้ชายที่เติบโตขึ้นมาในตอนที่มีการเหยียดสีผิวร้ายแรง ซึ่งโน่นทำให้เขา

เปลี่ยนเป็นคนไม่มีบ้านไม่มีถึงแม้ว่าจะเสื้อผ้าใส่ แม้กระนั้นแล้ววันหนึ่งก็แต่งงานที่ตั้งจิตใจรับเขามาเลี้ยงเป็นลูก

บุญธรรม ซึ่งเขาก็ตั้งอกตั้งใจทดแทนครอบครัวนี้ด้วยการปฏิบัติตนเป็นคนดีและก็เป็นนักกีฬาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อ

สังคมเปิดดวงใจสารภาพเขาให้ได้